XML.com

XML.com
  Home | Resources | FAQs |
    
  Resource Centers
XML EDI
.
.
.
.
.
.
.
.
.








ขอบเขตของ XML/EDI

หัวข้อนี้จะนำเสนอในลักษณะของความแตกต่างระหว่างการนำเอา EDI แบบเดิมกับแนวใหม่ไปใช้ ในการติดต่อสื่อสารระหว่างธุรกิจ กับ ธุรกิจ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

B-2-B EDI

EDI นั้นได้ถูกนำไปใช้ในการสื่อสารระหว่าง ธุรกิจ กับ ธุรกิจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี โดยในยุคแรกๆ เป็นความพยายามในการนำไปใช้ในการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรเดียวกัน โดยในอดีตข้อมูลจะอยู่ในรูปของเทป และต่อมาก็เป็นการส่งข้อมูลผ่านระบบเน็ตเวอร์ค สำหรับการหลีกเลี่ยงปัญหาในการส่งข้อมูลระหว่างบริษัทต่างๆ ที่จะได้ไม่ต้องใช้ Protocol ที่แตกต่างกัน กลุ่มธุรกิจต่างๆ จึงหันมาทำความตกลงกันเช่น รูปแบบของข้อมูลที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนกัน แต่ละบริษัทเพียงแค่พัฒนาวิธีการในการแปลงข้อมูลให้เข้าระบบของตัวเองเท่านั้น โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการออกแบบหรือด้านอื่นๆอีก

ข้อเสียหลักๆ มีอยู่ 2 ประเด็นด้วยกันคือด้วยมาตรฐานที่อาจจะทำได้ไม่ครบตามที่แต่ละบริษัทต้องการ อีกประเด็นก็คือเพราะมาตรฐานถูกวางไว้ล่วงหน้า ทุกบริษัทต้องพยายามทำให้เป็นมาตรฐานแต่อาจจะไม่มีเครื่องมือที่จะทำได้ สิ่งเหล่านี้หมายถึงบริษัทต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการวิเคราะห์โครงสร้างข้อมูลของตัวเองเพื่อให้เข้ากับมาตรฐาน ทำให้การนำ EDI มาใช้นั้นสินเปลืองและเสียเวลา

เมื่อเข้าสู่ยุค Internet ทำให้การสื่อสารระหว่างองค์กรทำได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้ง Model ใหม่ทั้งทางด้านธุรกิจและการสื่อสาร ทำให้ EDI ไม่ได้จำกัดแค่เพียง B-to-B เท่านั้นแต่ยังขยายไปถึง Consumer-to-Supplier โดย Consermer นั้นอาจจะเป็น ลูกค้าทั่วไป ผู้ผลิตรายย่อย องค์กร หรือ รัฐบาล

Electronic Business Transaction

การเข้ามาของ internet ทำให้การสื่อสารที่เมื่อก่อนนั้นทำได้ยากนั้นเป็นเรื่องง่าย นับเป็นการเปิดตลาดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่กว้างขวางมากขึ้น ในทำนองเดียวกันในอดีตการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านการค้านั้น มักจะเป็นการส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งเท่านั้น โดยไม่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้อง ในปัจจุบันการซื้อขายผ่าน Web ทำให้การซื้อขายนั้นต้องการส่วนร่วมจากคนมากขึ้น โดยเป็นไปในรูปแบบที่มีคนเป็นผู้เลือกตัวแปรที่เหมาะสมจากแบบฟอร์มที่กำหนด

รูปแบบข้อมูลในลักษณะนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการนำข้อมูลด้านการค้าไปประมวลผล กระบวนการเก่าๆ ในลักษณะ สร้าง-> ส่ง -> รับ -> ประมวลผล โดยโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งเป็นช่วงๆ นั้นกลายเป็น ลักษณะของ Active Object ซึ่งมีการถ่ายทอดกระบวนการมาด้วยขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูลที่เก็บ เช่น Invoice ในปัจจุบันไม่ใช่ข้อมูลที่ดึงมาจากฐานข้อมูลแล้วออกมาบนกระดาษเท่านั้น แต่ Invoice จะประกอบด้วย pointer ที่ระบุว่าข้อมูลนั้นอยู่ที่ไหน ทุกครั้งที่มีการประมวล Invoice ข้อมูลก็จะถูกดึงมาใหม่ทุกครั้งเป็นต้น ระบบที่ว่านี้ทำให้เราต้องหันมามองว่าปรัชญาพื้นฐานของ E-Commerce นั้นคืออะไรในยุคของตลาดไร้พรมแดนเช่นปัจจุบัน

การที่จะทำให้ระบบทำงานแบบ Interactive กับ User ได้นั้นท่านจะต้องสามารถ

  • เข้าใจถึงคอนเซ็บของธุรกิจที่บรรจุอยู่ภายในข้อมูลที่แลกเปลี่ยนกัน
  • นำกฏเกณฑ์ทางธุรกิจมาใช้กับข้อมูลเพื่อแยกแยะว่าเป็นข้อมูลประเภทใด และสมควรจะตอบสนองอย่างไรให้เหมาะสม

ซึ่งการที่จะทำ สองข้อข้างบนนี้ได้ท่านจะต้องสามารถที่จะ

  • แยกแยะบทบาทและความหมายแต่ละชิ้นส่วนของข้อมูล
  • แยกแยะถึงจุดกำเนิดของข้อมูลชิ้นนั้นๆ
  • แยกแยะว่าในข้อมูลแต่ละชุดจะประกอบด้วยอะไรบ้าง และจะจัดลำดับอย่างไร
  • แยกแยะว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการสร้าง รับ ส่งและประมวลผลข้อมูลแต่ละชิ้น และจะต้องใช้โปรแกรมอะไรบ้าง
  • แยกแยะว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะย้ายข้อมูลจากสถานะหนึ่งไปยังอีกสถานะหนึ่ง
  • แยกแยะว่ากฏเกณฑ์ใดที่ควรจะนำมาใช้ในการตรวจสอบว่า เกิดการลื่นไหลของข้อมูลจากรูปแบบหนึ่งไปยังอีกรูปแบบหนึ่ง

เนื่องจากกระบวนการเหล่านี้มีความซับซ้อนและอาจจะต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รูปแบบของกฏเกณฑ์ (Rule Template) จึงอาจจะสามารถนำเอา Agent ของ XML/EDI คือ DataBots มาใช้ได้ เพื่อที่ว่าผู้ใช้สามารถนำเสนอความต้องการในภาษาชั้นสูงที่เข้าใจง่าย DataBots จะทำหน้าที่แปลงให้เป็นกฏเกณฑ์และ XML เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเราสามารถระบุว่า XML/EDI นั้นได้นำ DataBots มาใช้โดยการเติมอักษร R เป็น XML/EDI - R

 




 
Contact Us | Our Mission | Privacy Policy | Advertise With Us | Site Help
Copyright © 2002 Copy เค้ามาจาก www.xml.com จะได้ดูเหมือนๆกัน