![]() |
|
| |
|
| Home | Resources | FAQs | | |
|
|
|
|
|
|
|
ความหมายของ XML/EDI การทำธุกรรมแบบ E-Commerce ในปัจจุบันครอบคลุมไปแทบทุกด้าน ทั้งธุรกิจอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการเช่น ประกันภัย สุขภาพ การท่องเที่ยว รวมไปถึงการซื้อขายสินค้าผ่านระบบอิเลคทรอนิคส์ ความหมายของ E-Commerce นั้นครอบคลุมไปทั้งการตลาด การแลกเปลี่ยนสัญญา การสนับสนุนระบบการจัดส่ง การจ่ายเงิน รวมไปถึงการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐเช่น สรรพากรเป็นต้น จากที่กล่าวมาข้างต้นจะพบว่าการนำระบบ EDI แบบธรรมดามาใช้งานนั้นอาจจะประสิทธิภาพตามที่ต้องการอีกต่อไป เพราะ E-Commerce ในปัจจุบันจะต้องรองรับการสื่อสารทุกอย่างตั้งแต่ผู้ซื้อไปจนถึงผู้ขาย หลายๆคนจะให้ความหมายของคำว่า EDI คือกลุ่มข้อความที่พัฒนาเพื่อการสื่อสารระหว่าง ธุรกิจ - ธุรกิจ (Business-to-Business) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ มาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล ( United Nation Standard Messages Directory for Electronic Data Interchage for Administration, Commerce and Transport (EDIFACT)) ซึ่งข้อความตามมาตรฐาน EDIFACT นั้นจะถูกบีบอัด และมีการระบุลักษณะของข้อมูลอย่างชัดเจน ดังนั้นในที่นี้เราจะใช้หลักการของ EDIFACT ในบทความนี้ หน่วยพื้นฐานที่สุดของข้อความ EDI คือ Data Element ตัวอย่างเช่น ใบเรียกเก็บเงิน EDI แต่ละรายการจะเป็น Data Element เฉพาะเจาะจงลงไป ซึ่งเราสามารถรวมกลุ่ม Data Element หลายๆ อันเป็น กลุ่มของ Data Element (Compound data elements) ซึ่งเราก็ยังสามารถรวม กลุ่มของ Data Element กับกลุ่ม อื่นๆ หรือ Data Element อื่นๆ ให้ใหญ่ขึ้นเป็น Data Segment หลายๆ Segment เป็น Loop หลายๆ Loop เป็น แบบฟอร์มเอกสารทางธุรกิจ (Form business document) Data Element -> Compound Element -> Segment -> Loop -> form มาตรฐาน EDIFACT จะเป็นตัวกำหนดว่า Data segment นั้นๆ เป็นสิ่งจำเป็น เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม (option) หรือ เป็นเงื่อนไข (Condition) จะปรากฏกี่ครั้ง เรียงลำดับอย่างไร เป็นต้น สำหรับแต่ละข้อความ EDI นั้นจะมี ตารางกำหนดฟิลด์ (Field definition table) ถ้าเป็น Data Segment ก็จะมีฟิลด์หลัก เพื่อระบุว่ามีกี่ Data segment เรียงลำดับอย่างไร จำเป็นต้องมีหรือไม่ นอกจากนี้แล้วก็ยังระบุว่าแต่ละ Element จะประกอบด้วยอักษรกี่ตัว เป็นตัวเลขหรือตัวอักษร ในทำนองเดียวกัน ตารางนี้ก็จะระบุด้วยว่า Data Element เองนั้นจะมีลักษณะอย่างไร ซึ่งเราเรียกว่า Element identifier strings ซึ่งจะระบุว่า Element ชื่ออะไร และข้อมูลอื่นๆ เช่น Data dictionary เป็นต้น ในสมัยก่อนโปรแกรมแปลงข้อมูล EDI นั้นได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับระบบหลายๆ ระบบด้วยกัน โดยทั่วไปผู้ส่งและผู้รับจะต้องตกลงกันล่วงหน้าว่าจะแปลข้อมูลให้เข้ากับระบบ ของตนอย่างไร แต่ละครั้งที่มีคนส่งหรือคนรับใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาในระบบ ก็จะต้องเขียนโปรแกรมไว้แปลงข้อมูลขึ้นมาใหม่ ซึ่งแน่นอนย่อมเสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย อีกทั้งทำให้การประสานงานระหว่างองค์กรต่างๆ นั้นทำได้ลำบากเช่นการสร้างกฏเกณฑ์มาตรฐานเพื่อการใช้งานเป็นต้น เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้จึงควรจะพัฒนาเครื่องมืออัตโนมัติ ที่ใช้งานง่าย ทำให้การแปลงข้อมูลต่างๆ ทำได้รวดเร็ว
Electronic Enterprise หลักการคือเลิกใช้ EDI แบบกระดาษ โดยมีหัวใจของหลักการคือการมี กฏเกณฑ์มาตรฐาน (Business Rule) และมีระบบรองรับสถานะของการควบคุมการไหลเวียนของข้อมูล การรองรับข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ (Partial information) ซึ่งจะทำให้แต่ละส่วนขององค์กร สามารถเลือกที่จะสนับสนุนข้อมูลบางส่วนที่จำเป็นได้ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ XML/EDI XML คือ มาตรฐานย่อยของ SGML โดยมีมาตรฐาน XSL มาประกอบเป็น XML/EDI ประกอบกับในช่วงเวลาเดียวกัน มาตรฐาน Document Object Model (DOM) ก็ได้รับการนำเสนอ สำหรับการทำ API การนำมาตรฐาน XML และ EDI มาพัฒนาเป็น XML/EDI หมายถึงการนำเสนอข้อมูล EDI ในลักษณะของ XML มาตรฐาน XML/EDI ไม่ใช่มาตรฐานใหม่ แต่เป็นการกำหนดว่าองค์กรธุรกิจจะนำมาตรฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้งานได้อย่างไร
|
|
|
|
|
| Contact Us | Our Mission | Privacy Policy | Advertise With Us | Site Help | |
| Copyright © 2002 Copy เค้ามาจาก www.xml.com จะได้ดูเหมือนๆกัน | |